แหวกแนวออกไปหน่อยครับ วันนี้ ว่าเรื่องการ์ตูน

 ใครเป็นแฟนการ์ตูนเรื่อง Shaman King คงต้องรู้จักตัวละครตัวนี้เป็นอย่างดี ในฐานะของผู้ร้ายสุดกู่ของเรื่อง
นับว่าเป็นการ์ตูนเรื่องแรกที่ดูได้หลายรอบที่สุด (หากไม่นับโดเรมอน) อย่างน้อยตอนนี้ ก็ราวๆ 7 รอบ ของการ์ตูนขนาด 64 ตอน

ฮา โอ หรืออาซากูระ ฮาโอ เดิม เป็น องค์ไดโอเมียวจิ (พระญี่ปุ่น) ซึ่งมีความสามารถมากมาย แต่วันหนึ่ง เกิดอยากสร้าง Shaman Kingdom ขึ้น โดยต้องการกำจัดมนุษย์ทิ้งไปให้หมด ให้คงไว้แต่ ผู้มีพลัง Shaman

ฮาโอจึงเข้าแข่งขัน Shaman King เพื่อครอบครองราชันย์แห่งวิญญาณ จะได้มีพลังเพื่อกำจัดบรรดามนุษย์ทิ้งไปให้หมด

ร้อน ถึงคนในตระกูลอาซากูระ ที่ต้องหาวิธีกำจัด ไดโอเมียวจิ อาซากูระ ฮาโอ ไม่ให้กระทำการดังกล่าว ในที่สุด ก็ต้องสะกด ฮาโอ ด้วย คาถา 1080 บท ไม่ให้ก่อความวุ่นวายอีก

ต่อมาอีก 500 ปี ฮาโอ ก็กลับมาเกิดใหม่ ในตระกูลของ อาซากูระ อีกครั้ง เพื่อเข้าแข่ง Shaman King แต่กลับมาเกิดพร้อมเด็กอีกคนหนึ่ง คือ "อาซากูระ โย" ซึ่งกลายมาเป็นพระเอกของเรื่อง

ดูแล้วสนุกมาก แต่อย่างหนึ่ง ที่มีข้อคิดคือ ที่ ฮาโอ ต้องการกำจัดมนุษย์ เพราะรู้เห็นความคิดอ่านของมนุษย์ ที่ปากชมว่า ไดโอเมียวจิ อาซากูระ ฮาโอ นั้นเก่งมากมาย แต่ใจของมนุษย์ กลับคิดว่า ไดโอเมียวจิ อาซากูระ ฮาโอนั้น ช่างน่ากลัวยิ่งกว่าปีศาจ

จึงเป็นเหตุที่ อาซากูระ ฮาโอ มองว่า มนุษย์นั้น สกปรก สมควรกำจัดไปให้หมดสิ้น

...

...

บางที การอ่านใจคนได้ ถึงแม้จะทำให้เรามีโอกาสเป็นผู้ชนะก็จริง
แต่ก็เหมือนผู้ชนะในเกมส์ทั่วไป ที่ตัวเอง ก็ต้องบาดเจ็บ เหมือนกัน

...
อย่าลืมไปหาดูนะ สนุกจริงๆ รับประกัน

ช่วงนี้ หลังจากที่มีข่าวครึกโครมเกี่ยวกับการเริ่มจับจริงของ Software เถื่อนมาตั้งแต่ 26 ต.ค. เป็นตันมา ทำให้มีความรู้สึก เบื่อหน่ายกับระบบ แก้ปัญหาเฉพาะหน้าของระบบการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างมาก

จริงๆ แล้ว ไม่ได้หมายถึงว่า ผมกำลังมองว่า การที่คนมาไล่จับ Software เถื่อนเป็นเรื่องที่ไม่ควรกระทำ แน่นอนว่า ผิดก็ต้องว่าไปตามผิด

แต่สิ่งที่ชักจะเริ่มดูว่าน่าเกลียดกว่าการที่ประเทศไทย ติดอันดับ 3 ของโลกในการใช้ Software เถื่อน คงจะอยู่ที่ คณะทำงานที่ตามตรวจตามจับนี้ละ ไม่ได้ตั้งใจทำ เพื่อแก้ปัญหาให้คนไทยจริงๆ แต่แค่ ทำเพื่อใครหรือเปล่า

อาจจะเป็นคำกล่าวหาที่แรงไปบ้าง แต่เป็นความจริง …

สำหรับผม ไม่ได้รู้สึกเลย ว่าการที่บริษัทหนึ่งๆ จะถูกฟ้องเรื่องของการละเมิดลิขสิทธ์ เป็นเรื่องที่ไม่ควรจะทำ แต่วิธีการปัจจุบันนั้น แย่ แบบที่สงสัยว่า ท่านๆ ทั้งหลายที่เปิดไฟเขียวนั้น เคยศึกษา หรือทำความเข้าใจมันบ้างหรือเปล่า ก่อนที่จะแก้ๆ เพื่อจะได้ไม่ต้องโดนต่อว่า ว่า ประเทศเรา ละเมิด

ปัจจุบัน วิธีการเข้าไปตรวจค้น เริ่มจากการเดินเข้าไป แล้วบอกว่า มาจับลิขสิทธ์
คำถามคือ : มีสิทธ์อะไร ฟ้องกลับได้ไหม ว่าบุกรุกเคหะสถาน เพราะบางครั้ง มาแบบไม่มีหมายศาล

เมื่อมาแล้ว ก็เปิดๆ เครื่อง ค้นๆ โดยไม่ได้ขออนุญาตอะไรใคร ถือว่าใหญ่ค้ำฟ้า
คำถามคือ : พรบ.คอมพิวเตอร์ เอามาฟ้องได้ไหม ว่าเข้าถึงข้อมูลของผู้อื่น โดยไม่ได้รับอนุญาต

เมื่อเปิดแล้วพบว่า เครื่องนั้นๆ มีโปรแกรมผิดลิขสิทธ์ ก็ยกเครื่อง พร้อม Printer ซึ่งโทษครับ Printer บ้าน ป่า ป๊า พี่เขาลง Software ลิขสิทธ์ไว้ในนั้นเหรอครับ
คำถามคือ : ที่ผิด คือโปรแกรม ไม่ใช่เครื่อง น่าจะมีสิทธ์แค่ถอดถอน หรือทำหลักฐานดำเนินคดี แบบนี้ ถือว่าลักทรัพย์หรือเปล่า ที่เอาเครื่องคอมพิวเตอร์ไป พวกนี้ ต้องไม่ให้ไปทำงานแผนกอาชญากรรม เพราะอาจจะเอาศพมาวางบนโต๊ะด้วยเป็นหลักฐาน เพราะมีมีดปักอยู่

และเมื่อเครื่องถูกยกไปแล้ว ก็จะเชิญไปโรงพักด้วยกัน

จุดประสงค์ของคนพวกนี้ คือ ขอให้ไปยอมความ

ทำไม…

เพราะว่า ไม่ต้องลงบันทึกอะไรไว้ จ่ายเงินให้ผู้ที่มาฟ้อง ซักหลักหมื่น หลักแสน ตามที่ตรวจๆ เจอ เพื่อให้ยอมความ ตำรวจเพื่อประชาชน ก็ได้รับทราบว่า อ๋อ เขายอมความกันนะ และรับน้ำดื่มเย็นๆ ที่ผู้มาฟ้องเสริฟให้ดื่มอย่างชื่นใจ หลังจากที่ทำตามกฎหมายไปแล้ว

น่าทุเรศไปนะ….
เชื่อซิ ไม่นาน เดี๋ยวมันก็มาอีก ที่เดิมเลย ห่วงใย ว่าใช้โปรแกรมถูกต้องหรือยัง

อย่างนี้ ถือว่า ร่วมกรรโชกทรัพย์ได้หรือเปล่า ออ ไม่ซิ ก็คนใช้ทำผิดกฏหมายนี่นา

อย่ามองว่า ผมเข้าข้างคนที่ใช้ Software เถื่อนเลยนะ แต่ที่แน่ๆ ตามๆ ข่าวมา ประเทศไทย มีส่งฟ้องจริงๆ กี่คดีเหรอครับ เพราะส่วนใหญ่ก็ยอมความ

ถ้าบอกจับ เอาให้ถึงที่สุดซิ เป็นกฏหมายอาญาไปเลยอะ ต่อไปเวลาถาม พี่ทำไรมา ออ พี่ฆ่าคนตายละอ้ายน้อง แล้วเอ็งละ อ๋อ ผมเหรอพี่ ใช้โปรแกรมเถื่อนละ

โห แมร่งน้อง แมนมาก ใช้โปรแกรมเถื่อนจนติดคุก

คราวนี้ ทำไม ทำไมคนที่คิดแก้ปัญหา ไม่รู้จักมองที่ต้นเหตุบ้าง ว่า ทำไม คนเขาต้องใช้โปรแกรมเถื่อน ไม่รู้ท่านๆ ตระหนก ตกใจ ไปกับการที่โดนนินทาว่าร้าย จากเพื่อนนานาประเทศ ว่าเรานั้น เป็นอันดับ 3 แล้วนะ จนไม่รู้จะออกทางไหนดี

เลยทำไงละ อะ งั้นจับๆ มันไปให้หมด..

อืม เอามันให้หมดประเทศเลยเถอะครับ รู้ก็รู้อยู่แล้ว 99.99% คนไทยใช้ Software เถื่อน ไม่เชื่อลองคุยกับคนที่ทำหน่วยงานคอมฯของรัฐหน่อยเถอะครับ ว่าใช้อะไรเถื่อนอยู่บ้าง จับมันไปด้วยครับ อย่ามองว่าทรัพย์สินทางราชการ ไม่งั้น ถือว่า ละเว้นการปฏบัติหน้าที่หรือเปล่า

สาเหตุ… ทำไมละครับ ถามหน่อย โรงเรียนไหน เปิดเครื่องมาสอนคอมด้วย Linux บ้างครับ เปิดปุ๊บ Windows

เวลาเริ่มใช้เป็นบ้าง อะ Internet Explorer จากนั้นละ ก็ Microsoft Word, Excel, PowerPoint ตามหลักสูตร

เก่งมาหน่อย อะ สอนแต่งภาพ Adobe Photoshop, Illustrator เขียน Web Dreamweaver ดูหนัง PowerDVD เขียนแผ่น Nero เขียนแบบ Autodesk ทำ 3D ก็ 3D Studio

ถามหน่อยเหอะ ทำไม ไม่ไปเอาเรื่อง นังเห็ดสด ที่มันวางผัง กำหนดให้สอนของพวกนี้มา มันนะละครับ ตัวต้นคิด ตัวที่ทำให้ประเทศไทยเสียชื่อเสียง

ผมใช้ Ubuntu มา มีความรู้สึกว่า ง่ายกว่า Windows เยอะมากๆ ฟรี ไม่จ่ายซักบาท พิมพ์งานก็ Open Office แต่งภาพ GIMP (ซึ่งแน่นอน ส่วนใหญ่ที่สอนๆ Photoshop น้อยมาก ที่จะสอนเกิน GIMP ทำได้) แต่พอใช้เสร็จ ต้องจำไว้อย่าง กูห้ามยุ่งกับใครเด็ดขาด เพราะไม่มีใครใช้ร่วม ก๊ะกูเลย เศร้าสนิท

ไม่มีใครหรอก ที่อยากใช้โปรแกรมเถื่อน ถ้าเขาใช้ Linux เป็นมาแต่ต้น เพราะผมก็เชื่อว่า 70% ของคนใช้คอมพิวเตอร์ ใช้โปรแกรมที่ Linux มีอยู่แล้วทั้งนั้น เพียงแต่เขาไม่รู้เท่านั้นเอง

คราวนี้ ใครอยากจะเล่นเกมส์อะไรที่ออกมาจากฝั่ง Windows ก็ซื้อซิ อยากเล่น ต้องลงทุน เพราะคนมากมาย ไม่ได้ซื้อมาเล่นเกมส์ หรือเล่น ก็เกมส์อะไรก็ได้ ไม่เอาอะไรมาก อย่างนี้ เขาก็ไม่จำเป็นต้องซื้อ ถ้ามันเป็นแบบนี้ ใครผิด จับเลยครับ

ทุกวันนี้ คนใช้คอมพิวเตอร์มากขึ้น เพราะว่า ราคาเครื่องคอมพิวเตอร์ลดลง แต่พอมาเจอว่า ซื้อ 9000 – 10000 บาท แต่ต้องซื้อ Windows XP อย่างเดียวก็เริ่มที่ 5xxx ไปแล้ว ซึ่งตอนนี้ ก็เริ่มหาไม่ได้แล้ว กลายเป็น Vista ซึ่งก็ราคา 7xxx และที่ตามมาติดๆ Windows 7 ซึ่งเปิดตัวราวๆ 8xxx

ท่านๆ เคยมองไหมครับ ว่าตาสี ตาสา แกซื้อเครื่องให้ลูกเล่นได้ 2 เครื่องเลย

และแน่นอน ถ้าเปลี่ยนมาเป็น Linux  ธุรกิจ Software มันก็ไม่ได้หยุดนี่ครับ เพราะ Linux ไม่ได้แปลว่าฟรีทุกอย่าง โปรแกรมขายก็มี คนทำธุรกิจ Software เขาก็ปรับระบบไปเรื่อยๆ นะละ

ไม่เข้าใจเหรอครับ ท่านผู้บริหารบ้านเมือง หรือท่านไม่รู้จริงๆ

แบบเดียวกับเวลาที่ดูผังการสนับสนุนของ Sipa ที่เน้นไป Animation ไป 3D นะละ อืม น่าเศร้าจัง นั่งมองแล้วก็นึกไปว่า ประเทศไทย นอกจากกันตนา กับวิธิตา พี่ใหญ่ของวงการแล้ว มันมีที่ไหนอีกไหม ที่มีปัญญาพอจะหาเครื่อง Render แรงๆ

แล้ว Sipa สนับสนุนเยอะๆ 2 บริษัทนี่เขาจะจ้างทั้งหมดเหรอครับ … ก็แค่สงสัย

ก่อนจะจับ น่าจะปรับที่นโยบายก่อนไหมครับ บ่นมามากแล้ว พอก่อนดีกว่า นับว่าเป็น Entry ที่เขียนยาวที่สุดของตัวเองเลย อิ อิ